โปรแกรมการเดินทาง ไปรถ-กลับรถ 3 วัน 2 คืน

วันที่หนึ่ง  :  จ.อุดรธานี/จ.หนองคาย –เวียงจันทร์-วังเวียง – ถ้ำจัง
06.00น. คณะเดินทางถึง จ.หนองคาย เจ้าหน้าที่ ให้การต้อนรับ รับประทานอาหารเช้า  ณ ร้านอาหารทานตะวัน(1) ออกเดินทางสู่
  ด่านหนองคายผ่านพิธีการข้ามด่านตรวจคนเข้าเมือง ข้ามแม่น้ำโขงด้วย สะพานมิตรภาพไทย-ลาว ผ่านด่านท่านาแล้งของลาวเข้าสู่ เมืองเวียงจันทร์ ผ่านตัวเมือง ผ่านย่านเศรษฐกิจ ออกเดินทางต่อสู่เมืองวังเวียง ระยะทางประมาณ 156 กิโลเมตร 
12.00น. คณะเดินทางถึง เขื่อนน้ำงึม สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2515 มีลักษณะเป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ กักเก็บน้ำในลำน้ำงึมเอาไว้
  เขื่อนน้ำงึมแห่งนี้สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ในปริมาณที่มากพอสำหรับใช้ในนครเวียงจันทน์ ภายในเขื่อนน้ำงึมมีเกาะเล็กเกาะน้อยกระจัดกระจายอยู่หลายร้อยเกาะ ชื่นชมธรรมชาติอันงดงามภายในอ่างเก็บน้ำ นำท่านล่องเรือ ชมความงามของ ผ่านเกาะดอนน้อย เกาะดอนใหญ่  และ เกาะสันติภาพ พร้อมรับประทานอาหาร  บนเรือ กลับเข้าฝั่ง แล้วออกเดินทางมุ่งหน้าไปยัง เมืองวังเวียง
16.00น. คณะเดินทางถึง เมืองวังเวียง เที่ยวชม เมืองวังเวียง ดินแดนสุขาวดี มีธรรมชาติงดงามด้วยภูเขาหินปูนสูงชันตั้งเด่นตระหง่าน 
  มีแม่น้ำซอง ที่ใสสะอาดไหลผ่าน อากาศเย็นสบาย เป็นสถานที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมมา ต่างให้สมญานามว่าเปรียบเสมือน กุ้ยหลินแห่งเมืองลาว ชม อากาศที่แสนบริสุทธิ์ดินแดนแห่งสุขาวดีที่มีธรรมชาติงดงามด้วยภูเขาหินปูนสูงชันตั้งเด่นตระหง่านมี แม่น้ำซอง ที่ใสสะอาดไหลผ่านอากาศเย็นสบายเป็นสถานที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมมาเที่ยวต่างให้สมญานามว่าเปรียบเสมือน กุ้ยหลินแห่งเมืองลาว ต่อด้วยขึ้นชม ถ้ำจัง ข้ามสะพานแขวน และพิชิตบันไดกว่า 137 ขั้น ขึ้นชมถ้ำที่มีหินงอกหินย้อยประดับด้วยไฟอย่างสวยงาม และสามารถมองเห็นเมืองวังเวียงในมุมสูง เก็บภาพประทับใจ
18.30น. รับประทานอาหาร(3)เข้าที่พักทวีสุขรีสอร์ท หรือเทียบเท่า ท่องราตรีต่อเมืองวังเวียงยามค่ำคืนเมืองที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว
  ชาวต่างชาติ จนได้สมญานามว่าตรอกข้าวสารเมืองลาว หรือเข้าที่พัก (ตามสมัครใจ)
วันที่สอง  :  วังเวียง – ล่องเรือแม่น้ำซอง - นครเวียงจันทร์
06.00น. อรุณสวัสดิ์ยามเช้า รับประทานอาหารเช้า (4)
  เตรียมตัวล่องเรือแม่น้ำซองชมธรรมชาติเก็บภาพบรรยากาศตลอดสองข้างทาง ตอนเช้า อุ่นไอไปด้วยสายหมอกแสงแดดอ่อนๆ ได้ที่นี่ เรือ 1 ลำ นั่งได้เพียง 2-3 ท่าน ล่องเรือหางยาว ประมาณ 7-8 ก.ม. เที่ยวชม เมืองวังเวียง เมืองที่มีธรรมชาติงดงามด้วยภูเขาหินปูนสูงชันตั้งเด่นตระหง่าน แมกไม้นานาพันธุ์  แม่น้ำซอง ที่ใสสะอาดไหลผ่าน อากาศเย็นสบาย ทำให้เมืองวังเวียง เป็นสถานที่นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศนิยมมาท่องเที่ยวแห่งนี้มาก ต่างให้สมญานามว่าเปรียบเสมือน กุ๊ยหลินแห่งเมืองลาว พักผ่อนตามอัธยาศัย
11.30น. รับประทานอาหารเที่ยง (5) แล้วออกเดินทางจากเมืองวังเวียง มุ่งสู่ นครเวียงจันทร์                
15.30น. ถึง นครเวียงจันทร์  นำคณะเข้านมัสการ พระธาตุหลวงเวียงจันทร์ องค์พระธาตุมีความสูง 45 เมตร สร้างเพื่อ
  บรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนหัวเหน่า 27 พระองค์ ซึ่งได้อัญเชิญมาจากเมืองราชคฤห์ ประเทศอินเดีย สมเด็จพระไชยเชษฐาธิราชทรงบูรณะขึ้นใหม่ภายหลังจากถูกพวกจีนฮ่อขุดหาสิ่งของมีค่ารื้อส่วนยอดพระธาตุลงมาถึงชั้นบัลลังก์ ตามตำนานกล่าวว่าพระธาตุหลวงมีประวัติการก่อสร้างนับพันปีเช่นเดียวกัน พระธาตุพนม ในประเทศไทย นับเป็นศูนย์รวมใจของประชาชนชาวลาวทั่วประเทศ และปรากฏความเกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์ของดินแดนทางฝั่งขวาแม่น้ำโขงอย่างแยกไม่ออก ต่อด้วยเก็บภาพที่ระลึกหน้า ประตูชัย สร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2512 เป็นอนุสรณ์สถานเพื่อระลึกถึงประชาชนชาวลาวผู้เสียสละชีวิตในสงครามก่อนหน้าการปฏิวัติของพรรคอมมิวนิสต์ลักษณสถาปัตยกรรมได้รับอิทธิพลของประตูชัยในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส แต่ลักษณะสถาปัตยกรรมก็ยังมีเอกลักษณ์ของลาวปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูปศิลปะลาว ภาพเรื่องราวมหากาพย์รามายณะ แบบปูนปั้นใต้ซุ้มประตูโค้งของประตูชัย ขึ้นบันไดไปชมทิวทัศน์ของนครเวียงจันทน์ แวะนมัสการ เจ้าแม่ศรีเมือง วัดศรีเมืองสร้างขึ้นในปีพ.ศ.2106 โดยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชได้ลงความเห็นให้สร้างวัดศรีเมือง ณ ที่แห่งนี้ ต่อมาถูกกองทัพสยามทำลายลงในปี พ.ศ.2371 และสร้างวัดศรีเมืองขึ้นมาใหม่ในปี พ.ศ.2458 ภายในวัดศรีเมืองมีพระพุทธรูปเก่าแก่ประดิษฐานอยู่มากมายนับเป็นศาลหลักเมืองสิ่งศักดิ์สิทธ์คู่บ้านคู่เมืองเวียงจันทร์ 
18.00น. รับประทานอาหาร(6) พร้อมเข้าที่พัก โรงแรมเฮืองเจริญ หรือจะท่องราตรีต่อเมืองเวียงจันทร์ตามสมัครใจ
วันที่สาม  :  นครหลวงเวียงจันทร์ หนองคาย/จ.อุดรธานี
06.00น. อรุณสวัสดิ์ยามเช้า รับประทานอาหาร(7) ณ ห้องอาหารของโรงแรม
08.00น. เข้าชม หอพระแก้ว คือสถานที่เคยประดิษฐาน พระแก้วมรกต หรือ พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร เคยเป็นวัดหลวง
  ประจำราชวงศ์ของลาว พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช มีพระราชประสงค์ให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2108 เพื่อใช้เป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตที่ได้อัญเชิญมาจากนครเชียงใหม่ อาณาจักรล้านนา และได้มีการปรับปรุงบูรณะขึ้นมาใหม่โดย เจ้าสุวรรณภูผา ปัจจุบันเป็นที่รวบรวม ศิลปะโบราณวัตถุล้ำค่า ควรค่าแก่การศึกษา จากนั้นเข้าชม หอพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ เป็นที่รวบรวมเรื่องราวและวัตถุสำคัญ ประวัติศาสตร์ของประเทศลาว โดยมุ่งเน้นถึงการต่อสู้เพื่อเอกราชของชาวลาวจากนักล่าอาณานิคมต่างชาติรวมถึงกองกำลังจักรวรรดินิยม แล้วดินทางข้ามไปยัง วัดสีสะเกด เป็นวัดที่สร้างขึ้นแห่งแรกในนครเวียงจันทน์ในอดีตเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราช สถาปัตยกรรมของวัดนี้คล้ายสถาปัตยกรรมไทย  เป็นพระอารามเดียวที่ไม่เคยถูกทำลายเหมือนวัดอื่นๆในเวียงจันทน์ของพระเจ้าพระยาจักรีของไทยเมื่อครั้งพระเจ้าอนุวงศ์กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์ล้านช้างเวียงจันทน์ ซึ่งอยู่ในระหว่างศึกสงครามหลายยุคหลายสมัยนั้น แวะ ตลาดเช้า ให้ท่านได้เลือกซื้อเลือกชมสินค้านานาชนิด ของฝากของที่ระลึกลาว ได้เวลาเดินทางกลับข้าม สะพานมิตรภาพไทย-ลาว เลือกซื้อสินค้าที่ร้านปลอดภาษี และผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง นำท่านสู่ จ.หนองคาย
12.00น. รับประทานอาหารกลางวัน(8)ที่ร้านอาหารแดงแหนมเนือง แล้วเดินย่อยอาหารที่ตลาดท่าเสด็จ  
  ช้อบปิ้งสินค้าเป็นของฝากของคนที่บ้าน ก่อนเดินทางกลับเข้ากราบไหว้ หลวงพ่อพระใส เป็นพระพุทธรูปขัดสมาธิราบปางมารวิชัย หล่อด้วยทองสีสุก มีพระรูปลักษณ์งดงามมาก ประดิษฐานอยู่ภายในพระอุโบสถวัดโพธิ์ชัย(พระอารามหลวง) เป็นพระพุทธรูปที่ชาวจังหวัดหนองคายนับถือว่าศักดิ์สิทธิ์มากและเป็น ที่เคารพสักการะอย่างยิ่ง
15.00น. เข้าชม ศาลาแก้วกู่  หรือ วัดแขก สร้างขึ้นเมื่อราวปี พ.ศ.2521 ตามความเชื่อว่าหลักคำสอนทุกศาสนา งานปั้นอันใหญ่
  โตอลังการนี้มีทั้งพระพุทธรูปปางต่าง ๆ รูปเทพฮินดู ตำนานพื้นบ้าน น่าทึ่งกว่านั้นก็คือเทวรูปเหล่านี้ล้วนสร้างขึ้นจากจินตนาการของหลวงปู่บุญเหลือ และเป็นฝีมือของหลวงปู่และศิษยานุศิษย์เพียงไม่กี่คนเท่านั้น โดยยึดหลักคำสอนของพุทธศาสนาเป็นแนวทางในการาก่อสร้าง เริ่มตั้งแต่วัฏสงสาร บ่อเกิดแห่งการเกิด แก่ เจ็บ ตายของมนุษย์ โดยมีคำอธิบายอยู่ใต้ฐานเทวรูปเป็นภาษาไทยอีสาน ศาลากู่แก้ว จึงถือเป็นสถานที่ซึ่งคล้ายพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่แสดงรูปปั้นทางศาสนาที่ สำคัญแห่งหนึ่งของหนองคาย
16.00น. ได้เวลาพอสมควรส่งคณะออกเดินทางกลับพร้อมความประทับใจจากทีมงาน
   
 

*โปรแกรมอาจปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมของเวลา เราจะถือเอาผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ

*การไม่รับประทานอาหารบางมื้อไม่เที่ยวตามรายการ หรือถูกปฏิเสธการเข้าเมืองไม่ว่าจะเป็นกรณีใดๆทั้งสิ้นลูกค้าไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้ เพราะการชำระค่าทัวร์เป็นไปในลักษณะเหมาจ่าย

สิ่งที่ควรเตรียมไป - สัมภาระส่วนตัว เช่น เสื้อแขนยาว, ร่ม, รองเท้าสวมใส่สบาย, หมวก, ไฟฉาย, ยารักษาโรค รวมทั้งคนรู้ใจ 

   
 

อัตราค่าบริการ  รับ – ส่ง จ.หนองคาย

จำนวน

9-10 ท่าน

17-20 ท่าน

 21-25 ท่าน

26-30 ท่าน

31-35 ท่าน

36-40 ท่าน

ค่าบริการ

5,800

5,700

5,400

5,200

5,100

4,900

   

อัตราค่าบริการนี้รวม

-ค่าทำหนังสือผ่านแดน และค่าธรรมเนียมพิธีการข้ามพรมแดนไทย – ลาว

-ค่ารถยนต์นำเที่ยวในลาว ตลอดรายการ

-ค่าที่พักระดับ 3 ดาว  2 คืน  - ค่าอาหาร  จำนวน 8 มื้อ

-ค่ามัคคุเทศก์ลาว ค่าเข้าชมสถานที่ และพนักงานบริการ

-บริการ น้ำดื่ม น้ำอัดลม ผ้าเย็น อาหารว่าง ยาปฐมพยาบาล พร้อมหมวกอุ้มรักทัวร์

-ประกันอุบัติเหตุเดินทาง ท่านละ 1,000,000 บาท ตามเงื่อนไขกรมธรรม์

อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม

-ค่าตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ

-บริการเสริมพิเศษ¯วงดนตรี / ³ คาราโอเกะ  / ¹ วีดีโอ

-ค่า VAT ภาษีหัก ณ ที่จ่าย

-ค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ และค่าใช้จ่ายส่วนตัว

-ค่าทิป ไกด์ พนักงานบริการ พนักงานขับรถ เพื่อเป็นน้ำใจในการบริการ

เตรียมเดินทาง

สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน รับรองสำเนา จำนวน 1 แผ่น (ไม่ต้องมีรูป)

เด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี ใช้สำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมรูปถ่าย 2 รูป

เงินมัดจำล่วงหน้า 20% โอนเข้าบัญชี นายณรงค์ฤทธิ์ จันทร์ทรง

* ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาย่อยช่องเม็ก บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 896-2-05363-4

* ธนาคารกรุงไทย สาขาโขงเจียม บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 338-0-17263-4

นาย ณรงค์ฤทธิ์ จันทร์ทรง (อุ้ม) 

Tel. 084-513-5577, 083-734-7555 , 087-870-6510, Fax 045-476199

เลขที่ 476 ม.13 ต.ช่องเม็ก อ.สิรินธร จ. อุบลราชธานี 34350     

Email:aumlucktour@hotmail.co.th    www.aumlucktour.com

 

 

 

 

 

 

 

 
 
 
   
Copyright 2016 by aumluck-tour.com